เกี่ยวกับผมศุภฤกษ์ อุนานุภาพ
 

รู้จักกับผมกันก่อน

 

 

             ผมชื่อศุภฤกษ์ อุนานุภาพ ครอบครัวของผมมี 4คน พ่อ, แม่, พี่สาว, และตัวผมเองเป็นลูกคนสุดท้อง ผมจะเล่าถึงเรื่องราวของตัวผมแบบย่อๆให้ได้รู้จักผมกันครับ โดยผมขอเริ่มเล่าตั้งแต่สมัยผมเรียนอยู่มัธยมละกันครับ เริ่มต้นก็ดูรูปผมสมัยอยู่มัธยมกันก่อนครับว่าผมซ่าขนาดไหน(ที่รูปใหญ่ด้าน ล่าง) ในช่วงผมเรียนอยู่มัธยมนั้นผมเรียนที่โรงชายล้วนครับ เพื่อนๆผมส่วนใหญ่จะมีแต่เด็กผู้ชายครับ

 

 

                ชีวิตในวัยเรียนมัธยมของผมนั้นค่อนข้างที่จะแปลกๆอยู่สัก หน่อยครับ คือผมชอบไปโรงเรียนเพื่อเล่นกับเพื่อนๆ แต่ผมไม่ค่อยชอบเรียนหนังสือ วิชาที่ผมไม่ถนัดแบบสุดๆ คือวิชาประวัติศาสตร์ และภาษาอังกฤษครับ
ผมมักจะตกวิชาภาษาอังกฤษแบบสม่ำเสมอ(จนคุณครูวิชาภาษาอังกฤษมักจะแซวผมว่า “ศุภฤกษ์ เธอนี่เป็นคนเสมอต้นเสมอปลายจริงๆ” ฟังแล้วเหมือนจะดีนะครับ แต่นี่คือการโดนครูเหน็บให้เจ็บหัวใจ..จิ๊ดๆ ) ผมก็ไม่มีอะไรโดดเด่นในด้านการเรียน แต่จะมี2วิชาที่ผมจะถนัดมากนั่นคือวิชาคณิตศาสตร์และวิชาคอมพิวเตอร์ครับ เนื่องจากตัวผมเป็นคนที่ชอบเล่นเกมคอมพิวเตอร์อย่างบ้าคลั่งครับ ผมเลยจำเป็นที่จะต้องเรียนรู้วิธีการใช้คอมพิวเตอร์+พวกอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ต่างๆ ที่จะช่วยให้ผมเล่นเกมส์ได้สนุกสะใจมากขึ้นครับ ผมเริ่มหัดใช้คอมพิวเตอร์ตั้งแต่ตอนอายุราวๆ 10ปี เครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องแรกของผมคือรุ่น318(ซึ่งคุณพ่อผมเป็นคนซื้อให้จาก ห้างพันทิพย์) ตอนนั้นยังไม่มีระบบปฏิบัติการWindows เหมือนสมัยนี้ครับ ในสมัยนั้นผมใช้ระบบปฏิบัติการที่เรียกว่าDos ซึ่งไม่มีภาพอะไรเลยครับ จะมีก็แต่ตัวอักษรและตัวเลขอย่างเดียวครับ นี่ก็คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมใช้คอมพิวเตอร์เป็น ส่วนวิชาคณิตศาสตร์นั้นผมก็ได้เกรด3-4 มาโดยตลอด และชีวิตช่วงมัธยมของผมก็เหมือนวัยรุ่นทั่วไปมีการโดดเรียนเป็นบ้างครั้งบาง คราว ออกไปจีบสาวบ้าง เล่นกีฬา เล่นเกมส์กับเพื่อนๆบ้าง ก็เป็นเด็กแสนจะธรรมดาทั่วไปครับ

 

 

            เมื่อเข้าสู่มหาวิทยาลัยชีวิต ก็ค่อนข้างจะมีรสชาติมากขึ้นครับ คือค่อนข้างจะมีอิสระมากๆ ในชีวิตช่วงนี้ผมก็มีเพื่อนมหาลัยมากมาย เรียกได้ว่าใช้ชีวิตอยู่กับเพื่อนเกือบตลอด24ชม(ยกเว้นตอนเข้าห้องน้ำ) เมื่อเว้นว่างจากการเรียนและงานPart-Time ผมกับเพื่อนๆก็จะออกไปเที่ยวต่างจังหวัดกันเป็นกลุ่มๆ ทั้งทะเล ภูเขา และไปนอนลอยแพอากาศเย็นๆสบายๆอยู่ในเขื่อน ผมจะชอบไปพักผ่อนในที่คนไม่พลุกพล่านมากนัก เมื่อขึ้นปี2ผมก็เริ่มต้องเรียนหนักขึ้น พยายามหนักกว่าคนอื่นๆเป็นเท่าตัวเพราะด้วยพื้นฐานภาษาอังกฤษของผม ทำให้ผมมีปัญหากับการเรียนซึ่งใช้ภาษาอังกฤษเยอะมาก ผมเริ่มต้องจัดเวลา และเริ่มอ่านหนังสือมากขึ้น เริ่มทุ่มเทให้กับการเรียนมากขึ้น

 

 

           โดยช่วงผมขึ้นปี2 ผมเริ่มทำธุรกิจออนไลน์ ควบคู่ไปกับการเรียนด้วย เพราะอยากหาเงินด้วยตัวเองไม่ต้องขอพ่อแม่ ธุรกิจออนไลน์ของผมเริ่มต้นจากประกายความฝันเล็กๆของผม และมันก็ดำเนินไปอย่างทุลักทุเลอย่างหนักมาก เนื่องจากผมไม่มีประสบการณ์และไม่มีคนสอน เลยต้องลองถูกลองผิดด้วยตัวเอง ในช่วงนี้ชีวิตของผมค่อนข้างที่จะเหนื่อยเพราะเรื่องเรียนที่หนักเอาการและ ธุรกิจออนไลน์ที่ทุ่มเททำมันดูจะไม่ค่อยทำเงินให้กับผมซะเลย สิ่งนี้เกิดขึ้นในใจของผมครับ(เหนื่อยและท้อจังเลย)

 

 

               เมื่อผมกำลังจะจบมหาวิทยาลัย การเรียนของผมก็อยู่ในระดับกลางๆ แต่ช่วงนี้ธุรกิจออนไลน์ที่ผมทุ่มเททำดูดีขึ้นมาก มันเริ่มทำเงินให้กับผม ในช่วงนี้ผมจับธุรกิจออนไลน์พร้อมกันหลายตัวเพราะมีปะสบการณ์มากขึ้นและวิชาเรียนก็น้อยลงเพราะใกล้จบ ผมรู้สึกดีมากๆที่ผมไม่ท้อจนยอมแพ้ไปซะก่อน ผมสามารถหาเงินเลี้ยงตัวเองได้ และก็เป็นงานที่ผมชอบใช้อินเตอร์เน็ตกับคอมพิวเตอร์ทำงานที่ไหนก็ได้ และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือสนุก

 

             หลังจากที่ผมจบมหาวิทยาลัย คุณพ่อคุณแม่และพี่สาวก็ยินดีกับผมมากๆที่ผมเรียนจบเพราะว่าดูผมล่อแล่ๆ เรียนแบบผ่านแบบเฉียวฉิวมาโดยตลอดตั้งแต่มัธยม-ยันมหาวิทยาลัย(-_-”) ซึ่งแตกต่างกับพี่สาวของผมมาก พี่สาวของผมเป็นคนเรียนเก่งจบมหาวิทยาลัยก็ได้เกียรตินิยม(มีเพื่อนๆหลายๆคน ชอบแซวผมว่า เฮ้ยพี่สาวเรียนอย่างเก่ง ทำไมน้องชายเรียนแบบเฉียบฉิวตลอดเลย ผมก็ตอบเพื่อนไปแบบติดตลกว่า ผมเป็นคนเสมอต้นเสมอปลาย ฮ่าๆ…) ผมเริ่มนำเงินที่ได้จากธุรกิจออนไลน์ของผมช่วยเหลือค่าใช้จ่ายทางบ้านสิ่ง แรกที่ผมได้ช่วยก็คือค่าไฟและค่าน้ำ ซึ่งคุณพ่อคุณแม่นั้นดีใจมากๆ ที่ผมสามารถหาเงินช่วยเหลือที่บ้านได้ ผมมองย้อนกลับไปก่อนที่ผมจะมาอยู่ถึงจุดนี้ผมต้องพยายามและทุ่มเทมาก ทั้งการเรียน ช่วงผมสอบผมต้องอดทนนั่งอ่านหนังสือยันเช้าแทบทุกวัน(โอ่ย..กุจาบ้าT_T) และธุรกิจออนไลน์ของผม ผมซื้อหนังสือเกี่ยวกับการตลาด, และวิธีทำธุรกิจทางอินเอตร์เน็ตมาอ่านเป็นว่าเล่น อ่านเสร็จก็ลองปฏิบัติ ปฏิบัติเสร็จก็ไปอ่านอีกซ้ำไปซ้ำมา และผมก็ภูมิใจกับสิ่งที่ผมได้พยายามทุ่มเททำมันลงไป ทำให้ผมรู้ว่า…“ไม่มีอะไรได้มาโดยง่าย ทุกอย่างต้องพยายามทุ่มเทและศึกษา”

 
 
 
 
 

ทั้งหมดนี้ก็เป็นเรื่องราวย่อๆของผมศุภฤกษ์ อุนานุภาพ

http://supharuek.ws/